loading...
ขอนแก่น - แฉ
“พี่หมอเปรมรักเด็ก” ระบุพี่หมอปากหวาน
ชอบขอเบอร์โทรศัพท์เด็กสาวสวยแล้วนิยมสร้างอนาคตด้วยการชวนกินข้าว ด้าน
ส.จ.จ่อย โต้ออกมาแฉไม่เกี่ยวการเมือง วอน “นายกฯ ประยุทธ์” ใช้ ม.44 เชือด
“หมอเปรม” หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อพิสูจน์ความจริง “ครูกินเด็ก”
ขณะอดีตประธานชุมชนเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ร้องถูกใช้อำนาจไม่เป็นธรรม
สั่งปลดประธานชุมชนเกือบยกชุด 13 คนผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เรียกกลุ่มผู้สื่อข่าวประจำ จ.ขอนแก่น ทั้งจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ มติชน ไทยทีวีสีช่อง 3 เนชั่นทีวี และเคเคซี เคเบิลทีวี ที่ไปรอสัมภาษณ์ประเด็นข่าวการแต่งงานกับนักเรียนสาวชั้น ม.5.จนมีการแชร์ภาพในโลกโซเชียลให้เข้าไปพบในห้องทำงาน และจับนักข่าวแก้ผ้าจนเหลือแต่กางเกงในตัวเดียว ตามที่นำเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง นั้น
ล่าสุด วันนี้ ( 30 ก.ค.) นายวัลลภ วัฒนาคมประทีป อดีตประธานชุมชนศาลเจ้าเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม กล่าวว่า สาเหตุที่ออกมาร้องทุกข์ครั้งนี้ เนื่องจากตน และอดีตประธานชุมชนต่างๆ รวม 13 คน ถูก ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่กลั่นแกล้ง ใช้อำนาจโดยมิชอบ และไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2558 เทศบาลเมืองบ้านไผ่ ได้มีหนังสือฉบับแรกแจ้งออกมาบอกให้ประธานชุมชนต่างๆ ซึ่งหมดวาระในวันที่ 28 ตุลาคม 2557 แล้วประกาศให้ประธานชุมชนและทุกคนที่ต้องการเลือกตั้งเป็นประธานชุมชนให้ไป ลงชื่อที่ศาลาประชาคม
จากนั้นต่อมา ทางเทศบาลได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว และมีหนังสือให้ประธานชุมชนที่หมดวาระรักษาการไปก่อนจนกว่าจะมีประกาศคำสั่ง จาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะคำสั่ง คสช. ประกาศไม่ให้มีการเลือกตั้ง หลังจากนั้น ประมาณ 3 วัน อยู่ๆ นายกเทศมนตรีได้แต่งตั้งและประกาศรายชื่อการแต่งตั้งประธานผู้นำชุมชน จำนวน 26 ชุมชน ซึ่งไม่มีการเลือกตั้ง โดยปลดประธานชุมชนเก่าออก 13 คน รวมถึงตนด้วย และยังตั้งชุมชนขึ้นมาใหม่อีก 13 ชุมชน ทั้งที่ประชากรเท่าเดิม ทำให้เทศบาลเมืองบ้านไผ่มีทั้งหมด 39 ชุมชน
เรื่องดังกล่าวเป็นการกระทำที่ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ กลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งตนได้รับใช้พี่น้องประชาชนในฐานะประธานชุมชนมา 8 ปี ยังไม่เคยเห็น
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเรื่องดังกล่าว ตนและประธานชุมชนที่ถูกปลดออกอย่างไม่เป็นธรรมจะเดินทางเข้าร้องเรียนศูนย์ ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น เพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่ในที่สุดปรึกษากันว่าหากไปแล้วชนะแล้วจะได้อะไร นอกจากศักดิ์ศรี เพราะประธานชุมชนคนทุกไม่สามารถร่วมงานกับหมอเปรม ได้อีกแล้ว
นายวัลลภ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระแสชาวบ้านยังคงต่างวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องภาพปรากฏงานแต่งงานกับเด็กนักเรียนชั้น ม.5 และ เรื่องกักขังจับตัวผู้สื่อข่าวแก้ผ้าว่าหมอเปรมเป็นถึงผู้บริหารทำไมถึงทำ ตัวแบบนี้ โดยเฉพาะที่มีภาพปรากฏการแต่งงานกับเด็กนักเรียนที่อายุยังน้อย
ส่วนตัวคิดว่าหาก หมอเปรม รับผิดชอบดูแลและไม่ทอดทิ้ง ถามว่าผิดไหม มันไม่ผิดหรอก แต่เมื่อเป็นผู้บริหาร เป็นคนสารธารณะ มันต้องมีจิตสำนึก มีคุณธรรม จริยธรรมด้วย เพราะหมอเปรมนั้นเป็นประธานกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านไผ่ ข.ก.5 และเป็นอาจารย์พิเศษที่สอนในนั้นด้วย มันสมควรไหมที่จะรักเด็กในโรงเรียน ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้แก่คนรุ่นใหม่ เพราะเป็นผู้นำจะไม่ได้รับความเชื่อถือ ซึ่งหากเป็นตนหากอดอยากปากแห้งจริงๆ จะเข้าไปที่ตัว จ.ขอนแก่น เพราะสถานที่บริการผ่อนคลายเยอะ เสียเงิน 1,500-2,000 บาท มีความสุขแล้ว
นอกจากนี้ ในกระบวนการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องควรที่จะเข้ามาสืบเสาะหาหลักฐานเพิ่ม เติมในพื้นที่เพราะในกรณีคล้ายกันนี้ ใครจะไปรู้ว่ายังมีเด็กนักเรียน และเด็กในชุมชนไปเกี่ยวพันอีกหลายคนเพราะใครรู้ว่า “พี่หมอปากหวาน” แต่ที่ยังไม่กล้าออกมาพูดนั้นเพราะเกรงกลัวอิทธิพล นายวัลลภ กล่าว
ด้าน นายเดชดำรง สิงคลีบุตร ส.อบจ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่ออกมาเปิดเผยเรื่องของ หมอเปรม ยอมรับว่ากลัวเหมือนกัน แต่เชื่อว่าตนได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง และถึงเวลาแล้วที่จะต้องล้างบ้านให้สะอาด เพราะปัญหาเรื่อง หมอเปรม นั้น เป็นที่รู้กันดีว่ามีพฤติกรรมอย่างไร โดยเฉพาะกรณีนี้ถือเป็นกรรมตามทัน ที่ผลกรรมได้หมุนเข้าวงรอบจะต้องถูกเปิดโปง และต้องรับกรรมจากการกระทำ จึงขอเรียกร้องให้ตำรวจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้นำพาความจริงออกมาให้ชัดเจน โดยเฉพาะ คุณปวีณา หงส์สกุล มูลนิธิปวีณา ต้องลงมารับเรื่อง และตรวจสอบเพื่อศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง
ส่วนกรณีที่ “หมอเปรม” ออกมาพูดทางเฟซเมื่อวานนี้ ซึ่งได้พาดพิงตนว่าเป็นเรื่องทางการเมืองนั้น กรณีดังกล่าวถือว่าหมอเปรม กำลังพยายามเบี่ยงเบนประเด็น ให้ประชาชนหลงเชื่อในคำพูดของตัวเอง ซึ่งการที่ตนออกมานั้นออกมาในฐานะศิษย์เก่าของโรงเรียน ข.ก.5 บ้านไผ่ เพื่อปกป้องเกียรติศักดิ์ศรีของโรงเรียนไม่ให้ถูกย่ำยี เพราะ หมอเปรม มีพฤติกรรมไร้ซึ่งศีลธรรม และสำนึกของความเป็นครูที่ผ่านการยกย่อง คิดง่ายๆ “ครูกินเด็กนักเรียน” เราจะคิดกันยังไงมีศีลธรรมหรือไม่
อีกทั้งในฐานะทางสังคมซึ่งตนเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ขอนแก่น ซึ่งดูแลพื้นที่มากถึง 5 ตำบล 1 เทศบาล คือ เทศบาลบ้านไผ่ นั้นพื้นที่ใหญ่กว่า “หมอเปรม” หลายเท่า จึงอย่าไปคิดเลย แต่สิ่งที่ หมอเปรม ต้องตอบสังคมให้ได้คือ ไปรักเด็กนักเรียน ม.5 ทำไม และไปกระทำการอันแสดงถึงอำนาจบาตรใหญ่ต่อสื่อมวลชนทำไม ต้องนี้ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ นายเดชดำรง กล่าว
นายเดชดำรง กล่าวอีกว่า กรณีนี้จะติดตามให้ถึงที่สุด เพราะเชื่อในความยุติธรรม และคุณธรรมของกระบวนการตรวจสอบ จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้ ม.44 สั่งให้ หมอเปรม หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน เพราะในขณะนี้เชื่อว่ายังมีคนที่ต้องการออกมาพูดแต่ไม่กล้า เพราะ หมอเปรม ยังมีอำนาจ แต่เพื่อความเป็นธรรมหากให้หยุดพักชั่วคราวแล้วให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจ สอบเชื่อว่าความจริงที่ประชาชนไม่คาดคิดจะปรากฏออกมาในอีกไม่ช้า
แหล่งข่าวระบุว่า พฤติกรรมของ หมอเปรม เป็นสิ่งที่หลายครอบครัวหวั่นกลัว โดยเฉพาะในเรื่องชู้สาว เพราะคนทั่วไปจะรู้ว่า เวลาลงพื้นที่ไปทำกิจกรรมทางการเมือง ชอบที่จะขอเบอร์โทรศัพท์จากหญิงสาวหน้าตาดีเพื่อสร้างความคุ้นเคย จากนั้นจะติดต่อพูดคุยชวนไปรับประทานอาหาร แต่ที่ชอบขอเบอร์โทรศัพท์นั้นจะเน้นไปที่กลุ่มเด็กนักเรียนโดยอาศัยช่วงที่ เข้าไปเป็นอาจารย์พิเศษในโรงเรียน ข.ก.5 บ้านไผ่ และกลุ่มเด็กสก๊อยในพื้นที่ จนเกิดกระแสว่า “พี่หมอเปรมรักเด็ก”

0 comments:
Post a Comment